กลับมาแว้ว พร้อมกับหายเครียด หน้าชื่นตาบาน (เครียดไปเป็นเดือนเลยไม่ได้มาอัพไง แถมไม่ค่อยมีใครดูเน๊อะ) ก็เจอยารักษาใจจากเพื่อนทางไกล(แต่จริงๆก็นั่งรถเมล์ไปหาได้นะ) สนิทกว่าเพื่อนที่โรงเรียนอีก มันช่างพิลึกกึกกืออะไรเยี่ยงนี้...! แต่ก็ดีนะ เค้าสุขเราก็สุข สุขพอประมาณ ไม่คิดมากเหมือนครั้งก่อนแล้ว :))

วันนี้ดีใจวุ้ยยย เพื่อนที่โรงเรียนเก่ามีบล็อคกับเขาแล้ว สตรีเย็นชาแต่บ้าต๊องนามว่า"เกรซ" เธอมีบล็อคแล้ว โอ้ มันช่างพิศวงงงง่ำอะไรเยี่ยงนี้O_O"(พิศวงงงง่ำ มันคืออะหยังกะน๊อ - -*)เธอเปิดบล็อคอย่างเงียบๆ(มาก)ยังไงๆก็เชิญชมแล้วกัน(โดยเฉพาะสาวกโปเกม่อนนะ ส่วนของเราต้องมนุษย์ไฟฟ้าสีชมพู -_-")

อะๆไหนๆก็ไหนๆ เลยแอบตอบTagที่คุณนางเกรซโพสต์ไว้(แม้อาจจะดูผิดผีก็ตาม ฉกมาตอบเล่นเนี่ยนะ)มามะ Tag พ่อบ้านก๊าบ

สาวๆจำนวนไม่น้อยต้องมีเคยคิดบ้างแหละว่าจะดีแค่ไหนถ้ามีคุณพ่อบ้านส่วนตัว มาดูแล เอาอกเอาใจ ทำทุกอย่างตามที่เราปรารถนาให้ แม้ต้องตายแทนเค้าก็ยอม (ดีกว่ามีแฟนซะอีก) มาลองดูกันซิว่าความปรารถนาของคุณนั้นจะแสนหวานหรือสยองขวัญกันแค่ไหน

 

1. ถ้าสามารถเลือกคนซักคนบนโลกให้มาเป็นพ่อบ้านส่วนตัวของคุณ คุณจะเลือกใคร
- ถ้าหวังสูงก็ขอเอาพี่เคนล่ะค๊า~ แต่ยุคนี้ต้องพอเพียง...เอาอิ๊ด โปงลางสะออนค่ะ (-*-)

2. เครื่องแบบสำหรับคุณพ่อบ้านของคุณนั้นจะเป็นแบบไหน สีอะไร
- ทำไมต้องมีละค๊า คือแบบว่าไม่ชอบคนมีเครื่องแบบน่ะ งั้นเอาเป็น"ชุดยุวกาชาด"ดีกั่ว เหมาะกับพ่อบ้านแม่เรือนดี แต่"ไม่ใส่อะไรเลย"จะดีกว่ามั้ยคะ เอาแบบล่ำๆด้วย (อ๊ายย หื่นเข้าไส้ =.,=)

3. สิ่งที่คุณจะสั่งให้คุณพ่อบ้านทำในทุกๆเช้า
- ตื่นบิดตูด ส่ายไปส่ายมา ผมลายนิสๆ แคะสะดือหน่อยๆ (เฮ้ยย จะบ้าตายแล้วฉัน -  -*)

4. ความสามารถพิเศษของคุณพ่อบ้าน เลือกให้มันซุปเปอร์พาวเวอร์สุดๆได้ 1 อย่าง สิ่งนั้นคืออะไร
เต้นท่าปลาโลมาค่ะ *-* (เอ่อ....มันเกี่ยวหรอ-_-)

5. อาหารที่คุณพ่อบ้านของคุณถนัดสุดๆ
- มัสหมั่นของชอบฮับ แต่ถ้าไม่ได้ก็เอาผัดผักบุ้งไฟแดงก็ล่าย ของโปรด แต่ถ้าไม่ได้จริงๆนะ...ไข่ต้มก็ได้ค่ะ T-T

6. นิสัยส่วนตัวของคุณพ่อบ้านของคุณ
- เชื่อง (เอ้ย) เป็นคนที่เข้าใจเราจ้ะ เอาใจใส่ และพร้อม...ที่จะทำผัดผักบุ้งไฟแดง - -* (คิดถึงแต่เรื่องกิน)

7. สิ่งสำคัญที่สุดที่คุณพ่อบ้านพึงมี
- มีกล้ามซักนิดนึงเน้อ(ทุกวันนี้เห็นแต่ผู้ชายมีก้าง)แล้วก็ที่สำคัญกว่ารูปกาย ศีลธรรมด้วยเน้อ (อย่าคิดว่าฉันคิดแต่เรื่องไม่ดีเป็นเน้อ T^T)

ฮ่าๆ ตอบเสร็จแล้วไม่รู้จะให้ใครอ่ะ งั้น...ใครที่มาเม้นเป็นคนที่1-5 รับเคราะห์กรรมไปซะ! (เนื่องจากดิฉันยังพึ่งข้าบ้านใหม่จ้ะ ยังไม่ค่อยรู้จักใครเลย ทักทายกันหน่อยเด้อ)

แล้วก็ช่วงนี้เริ่มกลับเข้ามาเขียนแล้วจ้ะ อารมณ์เริ่มเข้ามาแล้ว ที่ร้างไปนี่ไม่ใช่ไม่ว่าง แต่อู้ทุกครั้ง คือว่ามันเครียดๆ เครียดจนกลุ้มใจแล้วก็ไม่รู้จะทำอะไร ก็เพิ่งมีคนที่เขามาให้ความรักเนี่ยแหละ(แหวะ)

กะว่าถ้าว่างจริงๆจะปรับปรุงให้ไฉไลเลย...ดีมั้ย ^^

 

 

:: กฏเหล็กอันงี่เง่า ::

posted on 24 Jun 2008 22:53 by isaraaim

มีคนบอกว่า รักไม่มีพรหมแดน รักไม่มีกฏเกณฑ์...

แต่สังคมบอกกล่าวว่า ชายจะต้องรักหญิง...

ไม่ผิด ที่จะรักเพศเดียวกัน

หากเป็นเพราะความลุ่มหลงระเริงจิต

หากเป็นเพราะเราอยู่ดาวคนละดวง

หากเป็นเพราะแต่ละเพศนั้น มักจะสนิทเพศเดียวกันมากกว่าต่างเพศ

จึงไม่แปลก ที่เดี๋ยวนี้ ชายรักชาย หญิงรักหญิง นั้นมีมาก.......

แต่ถึงอย่างไรสังคม ก็เป็นเรื่องที่สำคัญมากกว่า"ความรัก"

.......................................................

คนทุกคนเกิดมาลืมตาดูโลกก็ร้องไห้แล้ว....

ไม่มีหรอกจะมาดิ้นๆแล้วหัวเราะ

แต่สังคม เมื่อเราโตขึ้น เรานั้นถูกสั่งสอนว่า"อย่าร้องไห้"

เหมือนคนขี้แย อ่อนแอ ไร้ประสิทธิภาพ ขาดความเป็นผู้นำ

มันก็จริง เราไม่ค่อยจะเห็นคนที่เป็นใหญ่เป็นโตร้องไห้บ่อยเหมือนนางเอกละครน้ำเน่า

ก็พอรู้ว่ามันน่าเก็บกดไม่ใช่น้อย

บางคนเจ็บมามากพอจนด้านชา....

บางคนแสร้งทำเป็น...สุดท้ายก็ต้องมาขลุกในพื้นที่เล็กๆ

แค่เราเองบีบน้ำตาคนเดียวเงียบๆ ปราศจากคนนับถือและบูชา....

เพราะสังคมตีตราว่า"คนอ่อนแอไม่ควรอยู่บนโลกใบนี้"

แล้วถ้าเรามัวแต่เข้มแข็ง  มันไม่เจ็บไปหน่อยเหรอ

มันเหมือนเรามีแผลเป็นที่เจ็บแสบ แต่ก็ยังไม่ระบายออกมา.....

หากว่าบางคนไม่มีใครเข้าใจ...มันก็จริง....

....หาสักคนแล้วกันที่เข้าใจกฏเหล็กของสังคม....

 

อิสรเอม ผู้แหกกฏเหล็กทั้งสองข้อ

น้ำมันขาดแคลน คุยกับพี่แป้นก็ต้องดับไฟ (แล้วจะเห็นกันเหรอ...)

ช่วงนี้อะไรอะไรก็เครียดกันไปหมดน่ะ แม้แต่การงาน เศรษฐกิจ สังคม ความเป็นอยู่ เครียดไปหมด บางคนก็เครียดมากๆเลย เหมือนมืดแปดด้าน คิดสั้น จากไป อย่างไม่มีวันกลับ....

   เมื่อสองวันเสาร์-อาทิตย์ที่ผ่านมา เราเองก็แอบร้องไห้ คนเดียว เงียบๆ แล้วก็ร้องไห้ กลางห้อง มันคือความพยายามที่อดทนอดกลั้นอย่างมากที่สุด กับการที่ต้องแบกสิ่งหนักๆรอบตัว พอเราผ่อนปรนอย่างรวดเร็ว ของที่แบกมาก็เสียหาย....

 ตอนนี้ก็พอมีคนที่จะเข้าใจ ความจริงคือ "บางที บางสิ่งบางอย่าง ยังมีคนคอยยื่นมือช่วยเราเสมอ" เขาก็ช่วยเราอย่างดี ขอบคุณที่ยังให้ความร่วมมือกับไอบ้าคนนี้

แต่บางคนบางปัญหามันก็เหมือนช่วยอะไรไม่ได้จริงๆในช่วงนี้ ได้แต่รอคอยเวลา อย่างกับร้องเพลงของมาช่า ว่า "เวลาจะรักษา(ใจ)เราเอง" แต่ถูกป้าตี๊นาว่า "เวลาจะช่วยอะไร"

ตอนนั้นให้เพื่อนมาระบาย เพื่อนคนนี้เราเห็นเขาเป็นคนที่ขี้เล่น กวนๆซนๆ ปากบ๊อกๆ แต่ข้างในนี่ เรานึกก็สงสารเขาเหมือนกัน ปัญหามาคอยรุมเร้าตัวเขาทุกด้าน เขาก็ไม่รู้จะทำเช่นไรแล้ว ได้แต่ให้เขารอคอยความหวัง เราเองก็ไม่อยากที่จะช่วยอะไรมาก "บางทีคนเราช่วยอะไรมาก มันก็ไม่ดี มันอาจจะต้องใช้เวลา เป็นเครื่องพิสูจน์ว่า พระเจ้าหรือคนบนฟ้า ยังมองเห็นเขาหรือเปล่า เวรกรรมอาจจะลงโทษเขา เราเองก็ไม่ทราบ หรือเพราะเขากระทำ สังคมกระทำ เราไม่รู้ เราไม่ใช่เขา" 

ที่เราคิดนะ ... คำพูดเมื่อตะกี๊มันอาจจะไม่ดีก็ได้ แต่มันคงต้องใช้เวลา(ซึ้งเราก็ไม่รู้ว่าจขบ.จะไปยุ่งอะไร)

กลับมาคิดในสมัยอนุบาล สมัยยังสดใสไร้เดียงสา ที่มันเพิ่งผ่านไปแค่ 7 ปีกว่าๆ มันอาจจะยังเร็วที่จะคิดถึงสิ่งนั้น แต่สมัยนั้นมันเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดของหัวสมอง

- เรายังไม่รู้จักกับคำว่าเครียด แต่เราได้ยินคำว่าเครียดจากผู้ใหญ่...

- เรายังได้เล่น ได้นอนกลางวัน ชีวิตเรายังไม่มีปัญหาอะไรจะต้องแก้มากมาย เหมือนตอนโต

- เราเล่นหม้อข้าวหม้อแกง โดยไม่ต้องมาหวั่นว่าของจะแพง เพราะหม้อข้าวหม้อแกงเราตั้งราคาเอง(นี่หว่า) :P

เคยเห็นน้องเดียวพูดคำว่าเครียดในเกมทศกัณฐ์เด็ก คำว่าเครียดเลยดูน่ารัก ตอนที่สมัยจขบ.อยู่อนุบาล ก็ชอบพูดคำว่าเครียด โดยเราเองก็ไม่รู้ว่าเครียดคืออะไร อยากเครียดมั่ง อยากทำงานหนักๆ เห็นพ่อ แม่ ทำกัน ทำงานยุ่งๆ นึกแล้วยังขำตัวเองไม่หาย

พอเราได้สัมผัส ก็อยากกลับไปเหมือนกัน คงไม่ต้องมาทำเป็นเซ่ออย่างกับส้วมซึมยังไม่ซ่อมแซมอย่างนี้ ไม่ต้องเครียดก็ดี ยิ้มให้มันชื่นบาน สบายจิต สบายใจซะ

 

....พูดงี้ เป็นเด็กอนุบาลดีกว่า มาเต้นพระอาทิตย์ยิ้มแฉ่งและเพลงของสโมสรผึ้งน้อยกัน เต้นออกกำลังกายกับครูแฉล้ม ครูอ้วน ครูจอย ครูเน ครูติ๋ม ครูจิ๋ม ครูเผือก ฯลฯ สักพักก็เรียน กินนม เรียนๆๆ กินข้าว นอนกลางวัน ครูก็ไปซื้ออาหารที่โรงอาหารตรงกันข้ามมาทาน กินแกงอะไรสักอย่าง หอมฉุยมาถึงที่ฉันนอน ต่อมาก็ตื่น พับที่นอน ปะแป้ง ทานอาหารว่าง เรียนๆๆๆ กลับบ้าน นอน...

เด็กอนุบาลโรงเรียนเซนต์ฟรัง 555555

คิดถึงไม่หายเลย ช่วงเวลาอยากเครียดน่ะ ตอนนี้เครียดจนประสาทDakแล้ว เฮ้อ...

เอาน่า ยิ้มๆ :) มาเต้นกันนะ 

รูปสมัยอ.2-อ.3งับ ไออ้วนตรงกลางก็ไม่ใช่ใคร กะพ้มเอง ส่วนพี่ฝาแฝด2คนที่อยู่ข้างๆ โตเป็นสาวหมดแล้ว คนนึงตอนนี้ก็เครียดจัด อีกคนเครียดจนแอ๊บแบ๊ว เฮ้อ.... -*- (ทุกข์แต่ขำค่ะ 5555)

 

ช่วงนี้ไม่ค่อยมาอัพเลย เพราะอยู่ในช่วงหมดมุข ไม่มีเรื่องจะอัพ แต่แว๊บๆแถวบล็อกคุณแป้นแร้นน่ะ ซึ่งก็มองอยู่ห่างๆ แต่ก็เริ่มกระดื้บมาเรื่อยๆแล้ว(มั้ง)

 

เต้นกันเหอะ :)

ขอเอาเพลงออกเน้อ

edit @ 24 Jun 2008 22:47:50 by อิสรเอม

ไปเดินแถวๆเมเจอร์มา เพราะไปกินข้าวที่Major avenue ด้วยความที่แม่อยากกินซูชิ และอยากลองของใหม่ - -" คุณลูกเลย(จำหรือตั้ง)ใจมากินที่โออิชิที่นั่น

พอกินเสร็จก็ลงมาเดินที่ตลาดเพื่อเป็นการย่อยของที่ตัวเองสวาปามกินเข้าไปจนพุงยื่น เดินๆกับน้าอยู่ ทันใดนั้นก็ไปเห็น...

 เสื้อตัวหนึ่ง ที่มันคล้ายๆว่า เคยมีคนใส่โชว์อย่างไม่แน่ใจ แล้วเสื้อตัวนั้นก็คือ...

 

เสื้อแนวๆตัวหนึ่ง ลวดลายเก๋าๆ เนื้อผ้านุ่มเนียนมาก แต่ราคาตั้ง 190 บาท -*- เนื่องจากเพราะว่าคนขายเป้นนักศึกษาด้วล่ะมั้ง แต่ด้วยความที่อยากได้มาก ไม่สนใจอะไรมันแล้ว จึงใช้พลังสาลิกาลิ้นทอง ตวัดให้น้าเป้นเหยื่อ แล้วก็...จ่ายตังค์ได้อย่างประสบผลสำเร็จ 5555

แต่ก็...เอาวะ อย่างน้อยเสื้อมันนุ่ม ใส่สบายมาก อีกอย่าง น้อยใจคนที่ใส่เสื้อตัวนี้เหมือนกัน เพราะตอนที่เขาขายเสื้อ จะไปซื้อ ดันหมด...ก็เลยซื้อตัวนี้ไปก่อนแล้วกัน เอาว่าเหมือนก็พอ

หากบางคนยังงงว่าใครใส่ตัวนี้...มันอาจจะเป็นความแค้นหรือไม่ก็ความชอบส่วนตัว ใจจริงไม่อยากเลียนแบบเลย...

เหมือนมั้ยคะ... เขาก็คือ องอาจ ชัยชาญชีพ หรือชายผู้ทระนงตน(เกินเหตุ) สมญานามว่า โตโต้ -*-

งั้นวันหลังจะมาเก๊กท่าให้เหมือนเลย แล้วมาเปรียบเทียบว่าเหมือนมั้ย ฮ่าๆๆๆๆ

ปล.หมดมุขอีกแล้วล่ะ ขอบคุณพี่จิ๋วมาก ที่ทำให้เรามาอัพเอนทรี่นี้ต่อ... ดูท่าบล็อคเราจะเริ่ม"ฝ่อ" 5555

edit @ 30 Jun 2008 23:24:23 by อิสรเอม

ได้เป็นหัวหน้าจากการโบ้ยไปโบ้ยมาในห้อง!! 

ดูเหมือนจะดีเน๊อะ ได้เป็นหัวหน้า แต่มันก็ดีเวลาสมัครงานน่ะ แต่ติดคำว่า"โบ้ย"แหละ 

พูดไปก็อยากกระทืบคนโบ้ย แต่มันก็ไม่ควร เพราะเขาก็เป็นเพื่อนเรา แล้วเราก็เผลอไผลไปยกมือเองและบอกทำความเคารพในคาบแรก - -"

เพื่อนที่โรงเรียนเก่าก็จะล่วงรู้ดีถึงความรับผิดชอบของเจ้าตัวว่า...เป็นคนที่มีความรับผิดชอบมากกก มากกจนขนาดว่า งานเขากำหนดส่งเป็นเดือนๆเจ้าตัวก็ยังทำเป็นทองมิรู้ร้อน แล้วผลออกมา ได้เกรดห่วยแตก น้ำตาแทบไหลเป็นสายธารน้ำเงี้ยว (นั่นมันขนมจีนแล้ว น้ำตาฉัน) - -"

เอาล่ะ ในฐานะที่อยู่โรงเรียนมัธยมชื่อดังแห่งหนึ่งและแห่งนี้ ฉันจะต้องพยายาม หน้าเชิ่ดขึ้น45องศา สายตามุ่งมั่น ฟันกัดริมฝีปากอันห้อยย้อย กำมือแน่น!!!!!

และแล้วเปิดเทอมมา 2 สัปดาห์ ผลตอบรับคือ....

งานคั่งค้างเนื่องจากขี้เกียจจัด ห้องแตก เพื่อนกวนส้นพระบาท หัวหน้ากลับคุยเสียเอง ครูงง ลืมไปเอาสมุดที่ห้องปกครอง นักเรียนคุยเสียงดัง ห้องสกปรกซกมกเหมือนหัวหน้าห้อง ฯลฯ

แล้วเรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อไม่นาน เพื่อนเตะกัน เพื่อนมีเรื่อง เพื่อนกวนครู เพื่อนคุ๊ยคุย - -" เอาสิ คือเพิ่งเป็นหัวหน้าปีแรกแถมดูเพื่อนร่วมห้อง หินๆทั้งนั้น โอ้โฮ เอาล่ะสิ

ว่าแล้วหัวหน้าชีก็ตะบะแตก ตอนพักกลางวันเลยไปเต้นหน้าห้อง ไปเต้นTell meของWonder Girl - -"

จะเรียกว่า"บ้าหรือที่เรียกว่า"ทนไม่ไหว" มันก็สองอย่าง เนื่องจากอยู่ดีๆก็เอาซากหอยมาให้เครียดอีก - -" 

เฮ้อ...หัวหน้าห้องบ๊วยเค็ม เป็นอย่างนี้เสียแล้ว...แล้วมีหัวหน้าบ้าอย่างนี้ ถ้าลูกน้องไม่บ้ากันก็ไม่รู้จะพูดยังไงแล้วค่ะ - -"